ReadyPlanet.com
dot dot
dot
ติดต่อรับข่าวสาร

dot
dot
มุมเทคโนโลยี
dot
bulletรู้จักกับ MSN Messenger
bulletสิ่งที่ต้องเตรียมก่อนใช้งาน MSN Messenger
bulletการติดตั้งโปรแกรม
bulletรูปร่างหน้าตาของ MSN Messenger
bulletการจัดการรายชื่อเพื่อนใน List
bulletเริ่มต้นสนทนาผ่าน MSN
dot
ข่าวเกษตรพัฒนา
dot
bullet"เครื่องกรีดยางพาราไฟฟ้า" จากบ้านถึงผลงานสร้างสรรค์
bulletเปิดตัวเครื่องหีบสบู่ดำรุ่นใหม่ผลิตน้ำมันได้วันละ200ลิตร
bulletเครื่องหั่นผักใบไฮเทค เหมาะสำหรับใช้ในร้านอาหาร




การสอนภาษาเบื้องต้น

การสอนภาษาเบื้องต้น

    การสอนออกเสียง

    1. มีผู้ค้นพบว่า การให้นักเรียนอกเสียงยาวๆ ตามครู 1-2 ครั้ง จะมีผลต่อการปรับปรุงการออกเสียงน้อยมาก หากจะให้ได้ผลดี ครูควรอธิบายนักเรียนด้วยว่า จะออกเสียงนั้นๆ อย่างไร จึงจะให้ถูกต้องในการแก้การออกเสียงผิด จะเป็นการดีที่สุดถ้าหากนำเสียงที่ไม่มีความหมายมาฝึกหัด เพราะนักเรียนจะได้ฝึกโดยไม่ต้องพะวงกับความหมายของคำหรือพยางค์เมื่อนักเรียนออกเสียงได้ดีแล้ว ครูจะเขียนหรือแสดงรูปภาพ หรือวัตถุเพื่อให้นักเรียนออกเสียงในการสอนเสียงยากๆ ครูควรมีกล่องบรรจุวัตถุหรือภาพที่มีส่วนประกอบของเสียงยากนั้นมาให้นักเรียนฝึก วิธีการนี้จะช่วยให้การฝึกเร็วขึ้น

    2. เมื่อครูออกเสียง นักเรียนสังเกตปากครู แล้วฝึกออกเสียงพร้อมกับใช้กระจกส่องดูปาก ของตัวเองไปด้วย

    3. ให้นักเรียนออกเสียงใดเสียงหนึ่ง แล้วทดลองเปลี่ยนตำแหน่งของลิ้น ในขณะที่ตั้งใจจะออกเสียงเดิม วิธีการนี้จะช่วยให้นักเรียนรู้ว่าลิ้นของเขาอยู่ ณ ที่ใด

    4. ใช้รูปภาพแสดงตำแหน่งของลิ้นและส่วนอื่นๆ ของปาก

    5. เมื่อนักเรียนออกเสียงผิด และครูต้องการจะแก้ไขให้ถูก ครูสามารถทำดังนี้

      • ครูพูดออกเสียงหลายๆ ครั้ง โดยเน้นความหนักเบา จนนักเรียนแก้ไขได้ถูกต้อง
      • ครูออกเสียงที่ถูกโดยเน้นเฉพาะส่วนที่นักเรียนออกเสียงผิด
      • ครูออกเสียงเปรียบเทียบเสียงที่ถูกและผิด เช่น “ชัด” ไม่ใช่ “ชะ”
      • ครูเขียนคำบนกระดานดำ แล้วขีดเส้นใต้ในส่วนที่นักเรียนออกเสียงผิด
      • ครูบอกว่า “ไม่ถูก” แล้วให้นักเรียนคิดหาส่วนที่ถูกต้องด้วยตัวเอง หรือจะใช้สัญญาณมือด้วยการตีโต๊ะเบาๆ เพื่อบอกว่านักเรียนออกเสียงถูกต้องแล้วก็ได้

    6. ให้นักเรียนทำหน้าที่แทนครู
การสอนฟังเป็นประโยค



    1. ครูพูดประโยค นักเรียนพูดตาม

    2. ครูแสดงรูปภาพให้นักเรียนดู ครูพูดเป็นประโยค โดยบอกหัวข้อกำกับแต่ละประโยคด้วย เช่น “ข้อ 1 คนสวมหมวกสีแดง” ประโยคใดที่เกี่ยวข้องกับรูปภาพที่แสดงให้ดู ให้นักเรียนเขียน และประโยคใดที่ไม่เกี่ยวข้องกับภาพให้นักเรียนเขียน ขณะที่นักเรียนเขียนคำตอบ ครูจะพูดซ้ำหลายๆ ครั้ง

    3. ให้นักเรียนดูรูปภาพ ซึ่งมีตัวอักษรกำกับ 3-5 รูป ครูพูดเกี่ยวกับภาพใดภาพหนึ่ง ภาพใดที่ครูพูดถึงให้นักเรียนเขียนตัวอักษรลงในสมุด ในกรณีที่พูดถึงภาพเดียวกับหลายๆ ครั้ง ให้นักเรียนเขียนตัวอักษรและตัวเลขกำกับ เช่น ก.1, ก.2, ข.1, ข.2 เป็นต้น ในกรณีที่จะถามนักเรียนเป็นรายบุคคล ครูจะถามคำถามก่อนที่จะชี้ให้นักเรียน มิฉะนั้น คนอื่นๆ ที่ไม่ถูกชี้ให้ตอบจะไม่สนใจ อนึ่ง ในกรณีที่ใช้ภาพประกอบการสอนข้างต้น ครูจะพูดประโยคที่ตรงและไม่ตรงกับภาพ แล้วให้นักเรียนตอบว่าถูกหรือผิดก็ได้ เช่น ครูพูด “ข้อ 1 จักรยานมี 2 ล้อ” ถ้าภาพในจักรยานมี 2 ล้อ นักเรียนจะเขียนเครื่องหมาย หน้าข้อ 1 ลงในสมุด เป็นต้น

    4. ครูเขียนคำตอบซึ่งเป็นคำ, พยางค์ หรือประโยค โดยไม่เรียงตามลำดับหรือคละๆ กัน ไว้บนกระดานดำ แล้วครูถามคำถามให้นักเรียนเลือกเขียนคำตอบที่ถูกลงในสมุด

    5. ครูถามคำถามที่แน่ใจว่านักเรียนจะตอบไม่ได้ เช่น “จากแม่ฮ่องสอนถึงเชียงใหม่เป็นระยะทางเท่าไร”

      เมื่อนักเรียนตอบผิด ครูจะบอกว่า “มากกว่านั้นหรือน้อยกว่านั้น” จนกว่านักเรียนจะตอบถูก

    6. ครูพูดประโยคเพื่อบรรยายถึงสิ่งใดสิ่งหนึ่ง แล้วให้นักเรียนทายว่า เป็นอะไร โดยเลือกจากภาพ หรือข้อความที่เขียนไว้บนกระดานดำ

    7. ครูเขียนประโยคบนกระดานดำ ครูพูดถึงประโยคบนกระดานดำอย่างเร็วๆ โดยไม่เรียงลำดับ แล้วให้นักเรียนออกไปชี้ว่าครูพูดถึงประโยคใด เมื่อนักเรียนคุ้นเคยแล้วครูอาจจะลบประโยคนั้นๆ ออก แล้วให้นักเรียนออกไปชี้ตำแหน่งของประโยคที่ถูกลบออกที่ครูพูดถึง

    8. ครูเขียนประโยคบนกระดานดำ กลุ่มละ 2-3 ประโยค แต่ละประโยคจะมีส่วนที่แตกต่างกันเล็กน้อย เช่น

      • I can do it easily

      • I can’t do it easily ฯลฯ แล้วครูอ่านแต่ละประโยคอย่างเร็วๆ โดยไม่เป็นไปตามลำดับ และให้นักเรียนเขียนหมายเลขหน้าประโยคที่ครูพูดถึง หรือจะให้นักเรียนคนหนึ่งออกมาชี้ประโยคบนกระดานดำแทนการเขียนหมายเลขลงในสมุดก็ได้

    9. ครูบอกให้นักเรียนทำ ถ้านักเรียนทำได้ ครูจะได้รู้ว่านักเรียนเข้าใจ เช่น

      • วาดวงกลม, เขียนกากบาทในวงกลม, ลากเส้นใต้วงกลม เขียนสี่เหลี่ยมล้อมรอบวงกลม ฯลฯ
      • จับจมูก, เดินไปเปิดหน้าต่าง
      • ให้นักเรียนเปิดหนังสือหน้าใดหน้าหนึ่งแล้ว ออกคำสั่งให้นักเรียนทำตาม เช่น “อ่านคำที่ 3 ของบรรทัดที่ 1” “ค้นหาคำที่มีตัวอักษรมากที่สุดในบรรทัดที่ 4” ฯลฯ
      • วางรูปภาพขนาดใหญ่ไว้บนกระดานดำ เมื่อครูพูดถึงสิ่งใดให้นักเรียนออกไปชี้

    10. ให้นักเรียนดูหนังสือหน้าใดหน้าหนึ่ง ครูอ่านประโยคใดประโยคหนึ่งในหนังสือ แล้วให้นักเรียนบอกว่าครูพูดประโยคในบรรทัดใด

    11. ให้นักเรียนดูหนังสือหน้าหนึ่งหน้าใด ครูบอกให้นักเรียนดูบรรทัดหนึ่งบรรทัดใด แล้วพูดถึงคำหนึ่งคำใด ซึ่งอาจจะปรากฏหรือไม่ปรากฏให้นักเรียนบอกว่า “ไม่มี”

    12. ครูพูดประโยคสั้นๆ แล้วค่อยๆ เพิ่มความยาวของประโยค โดยนักเรียนพูดตามไปด้วย เช่น ดอกไม้สวยดอกไม้สวยมากดอกไม้ในสวนสวยมากดอกไม้ในสวนหน้าบ้านสวยมาก

    13. ครูบอกให้นักเรียนเขียนตามคำบอกทีละประโยค เมื่อจบประโยคหนึ่งๆ จะให้นักเรียน แก้คำผิด แล้วให้เขียนประโยคใหม่และแก้คำผิดไปทีละประโยคจนจบ ทั้งนี้โดยครูเฉลยลงบนกระดานดำ และนักเรียนตรวจของตัวเองไปพร้อมๆ กัน วิธีนี้จะช่วยให้แก้คำผิดอย่างทันทีทันใด

    14. ครูพูดประโยค แล้วให้นักเรียนแปลเป็นภาษาแม่ หรือครูพูดเป็นภาษาแม่ แล้วให้นักเรียนพูดแปลเป็นภาษาที่เรียนใหม่
การสอนศัพท์




การสอนคำศัพท์ ควรสอนโดยใช้เนื้อหาประกอบ แต่เพื่อให้จำความหมายได้ดีขึ้น ก็อาจสอนคำในลักษณะเดียวบ้าง ตามความจำเป็นต้องให้นักเรียนได้ใช้คำนั้นซ้ำๆ และในหลายๆ สถานการณ์

การสอนความหมายของคำ




สาธิต

    1. ใช้ของจริง
    2. ภาพฉลุ
    3. ใช้ท่าทาง
    4. ใช้กิริยาอาการ
ใช้ภาพ

    1. ใช้ภาพถ่าย
    2. ใช้ภาพวาดบนกระดานดำ
    3. ใช้ภาพจากหนังสือ
อธิบาย

    1. อธิบาย
    2. ใช้คำที่มีความหมายเหมือนกัน
    3. ใช้คำใหม่ในสถานการณ์ที่กำหนด
    4. ให้คำที่มีความหมายตรงข้าม
    5. แปลวิธีสอนคำใหม่โดยใช้
วิธีการที่เหมาะสมจะทำให้

    1. เร้าความสนใจของผู้เรียน
    2. ทำให้ผู้เรียนสนใจตัวสะกด ความหมาย และการใช้คำนั้นๆ
    3. ทำให้ได้ใช้คำนั้นซ้ำๆ



ข่าวเบาเบา

Call Center article
คู่แข่งที่แท้จริง คือ ตัวเราเอง
ประวัติอำเภอแม่สอด
สักการะ"พระพิฆเนศ" 6 แห่งใน กทม.
7 เคล็ดลับช่วยรักษาความทรงจำให้ยืนยาว
เก้าชาติชวนชิม
บนถนนคนเดินที่เชียงใหม่
พิชิต“ทีลอซู”ดูน้ำตกสวยที่สุดในเมืองไทย
เสริมมงคลชัย ไหว้ 3 พระนอนองค์งามกลางกรุง
โรคเก๊าท์
เที่ยว 7 วัง ถวายพระพรในหลวง article
50 สุดยอดแหล่งเที่ยวในจีนที่ต่างชาติไม่ควรพลาด article
แบบทดสอบสุขภาพทางเพศ article
กระแต article



Copyright © 2010 All Rights Reserved.